Kagerou Days II -a headphone actor- (Reminiscence Forest)

 

 

เพราะร่มเงาของต้นไม้สูงแถวๆนั้น ทำให้ผมรู้สึกว่าเหงื่อที่หลังผมเย็นขึ้น

ผมหายใจหอบหนักกว่าปกติ เสียงอื้ออึงในหูยังไม่กลับเป็นเหมือนเดิม แม้แต่ตอนนี้

ผมยังรู้สึกเวียนหัวเหมือนกับนั่งอยู่บนเรือยังไงยังงั้น

 

“คุณชินทาโร่ นายไหวมั้ย? มารีกับพวกนั้นไปเล่นรถไฟเหาะกันแล้วตอนที่พวกเรานั่งพักอยู่กันน่ะ..”

 

เซโตะนั่งลงข้างขวาของผม แล้วยื่นขวดน้ำเปล่าพร้อมกับลูบหลังผมเบาๆ

 

“จริงๆ นะ ชินทาโร่คุง หึหึ... ฉันคิดว่านายอย่าคิดมากเรื่องนั้นเลยนะ หุหุ...”

 

คาโนะเองก็นั่งลงข้างซ้ายที่เหลือ ไขว้มือไว้หลังหัวเหมือนกำลังจะงีบพักยังไงยังงั้น

แถมยังแกล้งพูดกับผมเรื่องนั้นอีก

 

“นี่ คาโนะ นิสัยไม่ดีเลย คนเขายิ่งรู้สึกไม่ดีเพราะเล่นเครื่องเล่นที่ชวนปวดหัว

นายไม่น่าจะทำให้เขารู้สึกไม่ดีขึ้นอีกนะ”

“ขอโทษ~ อย่าโกรธผมเลย...  ผมขอร้องล่ะ”

 

แม้แต่เซโตะที่พยายามจะช่วยผมแต่ดันกลายเป็นทำให้ผมแย่ขึ้นเพราะไปพูดเกี่ยวกับอาการคลื่นไส้ชวนปวดหัวพวกนั้น

ผมล่ะอยากตายจริงๆ

“อ๊ะ ขอโทษๆ แค่ชินทาโร่คุงเป็นพวกเวียนหัวง่ายน่ะ ยังไงก็ตาม มารีดันกลายเป็นพวกชอบเล่นเครื่องเล่นน่าหวาดเสียวไปซะได้

อย่างที่คิดเลย หน้าคิโดะน่ะซีดยิ่งกว่าอะไรซะอีก”

 

คำพูดพวกนั้นทำให้ผมตกอยู่ในวังวนที่แต่ใบหน้ามารีลอยไปลอยมาเต็มไปหมด

แถมยังทำให้ผมรู้สึกอับอายยิ่งกว่าเดิมด้วย พวกเขาเห็นจุดแย่ๆ ของผมซะแล้ว

เฮ้อ ผมเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วสิ

 

“นั่นเพราะว่าคิโดะไม่อยากเสียฟอร์มน่ะ แต่ก็ดีแล้วที่ได้ออกมาเที่ยวด้วยกันแบบนี้”

 

เซโตะสรุปง่ายๆ และยังช่วยลูบหลังให้ผมเรื่อยๆ

 

นั่นมันดูเท่หรอกเหรอ เพราะแบบนั้นไงผมถึงได้กลายมาเป็นคนนั่งอาเจียนอยู่แบบนี้ไงล่ะ

 

 

“ใช่แล้วล่ะ นี่เป็นครั้งแรกของพวกเรา แต่ยังไงก็เถอะ เฮ้ นายเองก็ทำงานพาร์ทไทม์ทุกวันไม่ใช่เหรอเซโตะ

เมื่อวานนายเองก็กลับบ้านช้าเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ?”

“อืม… แต่ก็นะ ตอนที่ฉันกลับมาถึงบ้านเมื่อวานน่ะ มีคนเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด ฉันเซอร์ไพรซ์เลยล่ะ!”

“ลองมาคิดดูแล้ว มารีเป็นสมาชิกคนสุดท้ายสินะ แล้วกลุ่มนี้มีมานานเท่าไหร่แล้วล่ะ

คิโดะเองก็ดูเหมือนจะมีความสุขที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้น มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่รึไง?

แล้วนายล่ะเซโตะ คิดยังไงกับคุณคิซารากิบ้าง?”

 

ระหว่างที่ผมกำลังก้มตัวนั่งพักอยู่นั้น เหมือนเซโตะกับคาโนะกำลังคุยกันสนุกเลยล่ะ

แต่เมื่อประเด็นเปลี่ยนเป็นเรื่องของโมโมะ ความทรงจำที่โมโมะดูเย็นชาแถมไม่เต็มใจจะเข้ากลุ่มก็แล่นขึ้นมาในสมองทันที

 

“เธอนิสัยดีมาก แถมยังเป็นคนเรียบร้อยอีกด้วย ฉันล่ะตกใจจริงๆที่มารีเป็นคนแนะนำตัวแทนเธอ เพราะเธอค่อนข้างจะขี้อาย แต่นั่นก็เพราะว่าเธอเป็นไอดอลต่างหากล่ะ”

“อา… คิโดะเองก็ช็อคเหมือนที่มารีพาเธอเข้ามาน่ะ ใบหน้าคิโดะตอนตกใจนี่...หุหุ”

ระหว่างที่คาโนะดูเหมือนจะคุยกันสนุกสนาน แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนจะร้องไห้..

“อ๊ะ เอเนะจังก็เหมือนกันนะ! เธอเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจมากเลยล่ะ~ แต่ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่าเป็นไปได้ยังไง เธอมาจากไหนกันนะ?”

 

“จากโทรศัพท์มือถือยังไงล่ะ! ฮืมมม…. ยังไงก็เถอะ ดูเหมือนว่าเธอจะอาศัยอยู่ในนั้นนะ แต่ว่า...”

 

ทันทีที่เปลี่ยนไปคุยเรื่องเอเนะ ผมก็ค่อยๆ น้ำตาไหลออกมา เธอคงไม่ลืมเรื่องบ้าๆที่ผมทำตอนนั้นแน่นอน

เธอต้องจำจนวันตายแน่ๆ

 

“เธออาศัยอยู่ในโทรศัพท์มือถือจริงๆเหรอ เฮ้ ชินทาโร่คุง เป็นไปได้ยังไงน่ะ…

เฮ้...  เดี๋ยวก่อนนะ นายร้องไห้ทำไมน่ะ!?”

 

ไม่ว่าคุณจะดูแย่ขนาดไหน เมื่อคาโนะมองมาที่ผม เห็นได้ชัดว่าเขาทำหน้าตาหยั่งกับว่า

“เจอเรื่องน่าสนใจซะแล้วซิ!” เขาช่างดูน่ากลัวจริงๆ..

 

มือที่กำลังลูบหลังให้ผมนั้นช่างดูน่ากลัวจริงๆ..

 

 

“งะ..เงียบไปเลย ฉันไม่ได้ร้องไห้ซักหน่อย… แล้วมีอะไรกับเอเนะล่ะ?”

ผมสลัดความคิดนั้นทิ้ง แล้วคุยกับคาโนะ ถ้าผมได้ร่วมคุยกับการสนทนานี้อาจจะทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นได้

 

“เอ๋? อ๊ะ! ใช่แล้ว นายไปเจอเอเนะจังได้ยังไงน่ะ หรือว่าเพราะเว็บไซต์หาคู่ที่ฮิตๆกันอยู่ในตอนนี้รึเปล่า?”

“อาจจะ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ดูเหมือนว่าเธอจะอยู่ในคอมพิวเตอร์ฉันมาก่อนที่เราจะเจอกันอีก

ฉันไม่รู้ว่าเธอมาจากไหน หรือเธอเป็นใคร แถมเธอยังไม่บอกอะไรสักอย่างกับฉันเลยด้วย”

 

แม้ว่าผมจะตอบไม่ค่อยตรงคำถามเท่าไหร่ แต่คาโนะก็พยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ

“นั่นสินะ~ ถ้างั้นก็หมายความว่า ชินทาโร่คุงชอบถามความลับของเอเนะจังมาตลอดจนเธอโกรธ แล้วก็...”

 

“จะบ้าเรอะ! คิดได้ยังไงน่ะ ฉันไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นเลยสักนิด ยังไงก็เถอะ

ฉันเองก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องในอดีตหรอก ฉันไม่ใช่คนชอบพูดเรื่องเก่าๆ..”

ผมพยายามจะอธิบายให้กับคาโนะ แต่เขากลับหัวเราะคิกคักแล้วตบหลังผมเบาๆ

“ล้อเล่นน่าๆ..”

อา.. ต้องรู้สึกแบบนั้นแน่ๆ รู้สึกแบบ “ดันเข้ากลุ่มมาเพราะไม่คิดอะไร แต่รุ่นพี่ที่อยู่ในกลุ่มดันวุ่นวายซะน่าปวดหัว เริ่มรู้สึกว่าอยากจะออกจากกลุ่มให้ไวที่สุดซะแล้วสิ”

 

“เอาล่ะๆ สู้กันไปก็ไร้ประโยชน์น่า ...อ๊ะ คุณชินทาโร่ น้ำนายหมดแล้วนี่ เดี๋ยวฉันไปซื้อเพิ่มให้นะ”

 

ทันทีที่ผมได้ยินเซโตะพูดแบบนั้น ผมก็เพิ่งรู้ว่าน้ำหมดขวดเกลี้ยงไปซะแล้ว

“อ๊ะ ผมไม่อยากรบกวนน่ะ เดี๋ยวผมไปเองดีกว่า..”

 

ผมรู้สึกไม่ดีที่เขามาคอยดูแล แต่เมื่อผมยืนขึ้นจากเก้าอี้ เซโตะก็กดไหล่ผมให้ลงไปนั่งเหมือนเดิม

 

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร.. นายน่ะใช้เวลาพักผ่อนไปเถอะ ฉันเองก็อยากจะซื้ออะไรมาดื่มเหมือนกันน่ะ”

 

เซโตะพูดพร้อมยิ้มให้แล้วรีบเดินออกไป รอยยิ้มนั้นเหมือนกับโฆษณาเครื่องดื่มอะไรสักอย่าง

 

“อ๊ะ! รอก่อนๆ เอาเงินไปด้วยสิ..”

“เดี๋ยวค่อยจ่ายให้ฉันทีหลังก็ได้!” เซโตะโบกมือให้ แล้วก็หายไปในฝูงชนทันที

 “เซโตะนี่ไม่เคยทำให้คนอื่นลำบากเลยนะว่ามั้ย?”

คาโนะพูดพร้อมกับหาวเบาๆ ไขว้มือไว้หลังหัวอีกครั้ง

 

 

ผมพยายามเงียบเพื่อไม่ให้เริ่มการสนทนาอีก เพราะถ้ามีคนเริ่มพูดอะไร คาโนะก็จะพูดต่อไม่ยอมหยุด

จริงๆ แล้วมันก็แค่น่ารำคาญน่ะ ผมเลยพยายามหลีกเลี่ยงเพื่อจะได้ไม่เกี่ยวข้องกับเขาเท่าที่จะทำได้

พูดไปนั่น ผมยังจำได้อยู่เลยว่าทำไมผมถึงได้กลายมาเป็นคนรู้จักแถมยังนั่งข้างๆกันอีก

 

 

แม้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรหนักหนาสาหัสขนาดไหน

คาโนะก็ทำเพียงแค่พักผ่อนสบายๆแบบที่เขาทำในตอนนี้เหมือนทุกๆครั้ง

เมื่อผมคุยกับโมโมะเกี่ยวกับเรื่องคนในกลุ่มนี้  ดูเหมือนว่าทุกคนในกลุ่ม [Mekakushi Dan] จะอายุน้อยกว่าผม

 

หลังจากนั้นก็มีเสียงคนพูดว่า “ทุกคน ไปสวนสนุกกันเถอะ!” น้ำเสียงนั้นช่างดูเหมือนกับเด็กจริงๆ

 

ยังไงก็ตาม ได้ยินมาว่าพวกเขาจัดการพวกผู้ก่อการร้ายด้วย “พลัง” อะไรบางอย่าง

ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าคนพวกนี้เป็นพวกนักต้มตุ๋นรึเปล่า

 

—ในตอนแรกนั้น กลุ่มนี้ทำอะไร? แล้วทำไมเขาถึงทำแบบนั้น?

 

 

 

 

ก่อนที่มารีจะเข้ามาในกลุ่ม กลุ่มนี้ตั้งขึ้นเพียงสามคนเท่านั้น นั่นก็คือ คิโดะ, เซโตะและคาโนะ

 

ถ้ารวมผมแล้ว ตอนนี้ก็มีอยู่เจ็ดคน และสมาชิกทุกคนจะมีพลัง “พิเศษ”

สมาชิกทุกคนอยุ่ใต้การควบคุมของหัวหน้า [คิโดะ]

ทั้งหมดคือสิ่งที่ผมรู้

 

เอเนะกับโมโมะ เป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจว่ากลุ่มนี้จะเป็นยังไง แต่เธอสองคนนั้นก็เป็นคนที่ [แปลก] จากผู้คนในสังคมอยู่มาก

 

ก็แบบนั้นแหละ ผมเลยมานั่งคิดดูอีกทีว่า

[ทำไมผมถึงเข้ามาในกลุ่มแปลกๆ ทั้งๆที่ผมไม่รู้อะไรกับเขาเลยสักอย่าง]

นั่นมันอาจจะทำให้ผมดูเป็นคนแปลกเล็กน้อยล่ะนะ

 

 

 

จริงๆ แล้วเราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่สำหรับผมแล้ว เหมือนว่าเรารู้จักกันมานาน

แต่พวกเขาก็ไม่ได้ดูเหมือนคนไม่ดีหรอก

 

ผมไม่สามารถทำอะไรกับ “พลัง” ของโมโมะได้สักอย่าง แต่คนในกลุ่มต่างก็เห็นใจ

และเป็นห่วงโมโมะเหมือนกับเพื่อนสนิท

 

ผมไม่อยากคิดมากเกี่ยวผลประโยชน์ที่เขาได้จากการตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมา

หรือพวกเขาจะเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม  ผมไม่สนใจหรอก

 

ยังไงก็ตาม ผมเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงมี  “พลัง”  นั่น

 

ไม่นานมานี้ โมโมะก็เพิ่งรู้ว่าเธอเองก็มี “พลัง “ นั้นเหมือนกัน เธอตกเป็นเป้าสายตา ทั้งผมแล้วก็โมโมะเองก็รู้ว่าทำไม

 

แต่ทว่า จากที่ได้ยินพวกเขาคุยกัน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้นะว่า “พลัง” พวกนั้นมีความหมายว่ายังไง

 

ถ้าเป็นอย่างงั้นจริง งั้นจริงๆแล้วคนพวกนี้เป็นใครกันแน่..?

 

 

 

 

 

“เอ้า! คุณชินทาโร่ ผมซื้อน้ำมาให้แล้วนะ”

 

ขณะที่ผมกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับคนแปลกๆ พวกนี้ เซโตะก็กลับมาพร้อมน้ำเปล่าหนึ่งขวด แล้วแนบมันลงข้างๆ คอผม

 

“ว๊ากกกกกกกกกกกกก!! เฮ้ย! นี่นาย… ช่วยดูบรรยากาศหน่อยได้มั้ย

ฉันดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่นะ ไม่ใช่รึไง!?”

 

“หือ? โอ้ ฉันขอโทษๆ ฉันแค่เห็นโอกาสอยู่ข้างหน้า ก็เลยแอบเล่นซะเลย..”

เซโตะยิ้มให้ แล้วชูนิ้วโป้งมาทางผม

 

“แอบโจมตีคนอื่นเมื่อมีโอกาส.. นายเป็นซามูไรรึไงกันน่ะ! อา ทำเอาฉันลืมเรื่องที่คิดไปหมดเลยแฮะ.. ช่างมันเถอะ..”

หลังจากที่ใช้สมองคิดอะไรไปได้แค่สักพัก ผมก็โดนความขี้เกียจเข้าครอบงำ

ชาตินี้ผมคงดูเหมือนเป็นคนจริงจังไม่ได้แน่ๆ

 

 

 

“เอาน่า คุณชินทาโร่ มันก็แย่สิถ้านายไม่รู้สึกสนุกในวันนี้น่ะ งั้นพวกเราจะไปกับนายก็แล้วกัน

เอาเป็นเครื่องเล่นน่าหวาดเสียวเครื่องนั้นเป็นไง?”

 

จู่ๆก็มีประเด็นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แถมดวงตาทั้งคู่ของเซโตะยังสว่องสว่างวิ้งวับ

เหมือนกับมีลูกไฟกำลังเผาไหม้ในตา

 

คาโนะตบไหล่ผม แล้วบอกว่า “เครื่องเล่นนั้นจำกัดอายุที่ 18 ปีด้วยสิ อืม…”

คาโนะเงียบไปสักพักแล้วหัวเราะร่าออกมา

 

“ผมไม่เล่นไอ้เครื่องนี้หรอก ให้ตายก็ไม่เล่น ยังไงก็เถอะ พวกนายไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันก็ได้

จะไปเล่นที่ไหนก็ตามใจ ไม่ต้องสนผมหรอก”

 

นั่นก็หมายถึงว่า มันไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะอยู่กับพวกเขาน่ะนะ..
ใช่แล้ว ผมชอบจะอยุ่คนเดียวดีกว่า บางที

ไม่สิ เดี๋ยวนะ ตอนนี้เอเนะก็ย้ายไปอยู่โทรศัพท์มือถือของโมโมะแล้วนี่

เพราะฉะนั้นโอกาสที่ผมจะได้อยู่คนเดียวนั้น...

 

“-ก็ตอนนี้ไงล่ะ!!”

 
 
 
 
อิคารอสจะไม่แปลต่อแล้วนะครับ
เพราะใน Tirkx มีคนแปลแล้วไปลงไว้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้
เขาอาจจะแปลทั้งหมด ผมเลยยกให้เขาแปลแทนนะครับ
แต่ถ้าเกิน 1 เดือนแล้วเขายังไม่แปลต่อ อิคารอสจะมาแปลให้นะครับ 

Comment

Comment:

Tweet

#6 By (223.204.6.177|223.204.6.177) on 2015-02-26 18:10

ขอบคุณน่ะค่ะที่แปลให้^ ^
เซโตะนายมันดีเกินไปยยยยยยยยยยยย

#5 By ZeeZarneko (103.7.57.18|110.171.166.188) on 2013-05-03 15:19

สู้ตายขรั่บ
แต่ถ้ามีต่อในนี้ก็จะตามเรื่อยๆนะ

#4 By tama on 2013-05-02 21:24

หรือถ้ามีคนรอเยอะ ส่งกำลังใจมาให้หน่อยก็ดีครับ 55

#3 By スキタ on 2013-04-29 01:57

ถ้าทาง chocosundea ไม่แปลต่อ อาถวกจะแปลให้ครับ;3

#2 By スキタ on 2013-04-29 01:56

เซโตะนายเป็นคนดียยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
//ซาบซึ้ง
อาถวกจะเลิกแปลแล้วเหรอ ม่าย O<--------<

#1 By Kurochan on 2013-04-27 22:57